ว่ากันว่าการเสียกะตังค์นั้นทำให้เราเป็นทุกข์ -- (T^T ยิ่งมีน้อยๆ อยู่)

แต่สิ่งที่ได้มาบางทีก็อาจจะทำให้เรามีความสุข -- (แม้จะชั่วคราวก็เถอะ)

การสูญเสียเงินไปแบบนั้นก็ยังพอทำให้เราเบาใจ -- (แล้วค่อยกลับมาเศร้าทีหลัง เอิ้ก- -”)

 

 

เรื่องของเรื่องก็คือ เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งเดือนนี้มีเรื่องให้เสียสตางค์บ่อยเหลือเกิน

ทั้งนี้รวมไปถึงเสียแบบนิดๆ หน่อยๆ ด้วย เพราะว่าที่ช่วงนี้มีหนังน่าดูหลายเรื่องเลยอะดิ

แถมยังจ่อคิวกันทยอยลงทีละเรื่องสองเรื่อง เลยอดใจไม่ไหวดูหนังเกินเดือนละเรื่องจนได้

(เงินน้อยแต่ใช้จ่ายสูงซะงั้น) ไม่เอาละๆ พูดไปสองไพรเบี้ย มาพูดถึงเรื่องอื่นกันดีกว่า

 

 

แฮ่มๆ เรื่องที่จะพูดถึงก็คือ แต่น แตน แต๊นนน...

ใช่แล้ว เรามาพูดถึงการเสียกะตังค์ เอ้ย! หนังที่เพิ่งไปดูมาดีกว่า

 

 

Jumper ฅนโดดกระชากมิติ

หนังแนวไซไฟ ที่จะพาคุณท่องไปยังสถานที่อันน่าตื่นตาตื่นใจ

แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นรายการสารคดีพาเที่ยวหรอกนะจ๊ะ

 

David Rice (Hayden Christensen หรือ อนาคิน

จากเรื่อง Star wars นั่นเอง) เมื่อก่อนเขาเป็นเด็กอ่อนแอ ขี้แพ้

มาวันนึงเค้าค้นพบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในการหายตัวไปยังสถานที่ต่างๆ

ได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา ลองคิดดูสิ จะดีขนาดไหน

หากคุณต้องการเยือนดินแดนต้องสาปอย่างอิยิปต์

เพียงแค่กะพริบตาก็พบว่าคุณกำลังยืนอยู่บนศีรษะของสฟิงค์แล้ว

ต่อจากนั้นก็ดิ่งลึกลงไปในมหาสมุทรเพื่อทักทายกับฝูงฉลาม

ด้วยเวลาเพียงอึดใจเดียว แล้วไปซื้ออาหารจีนที่ประเทศจีน

ด้วยเวลาไม่เกิน 1 วินาที เขาสามารถหายตัวไปไหนมาไหนได้

ทั้งใกล้และไกล เป็นพรสวรรค์ที่น่าอิจฉาชะมัดเลยนะว่ามั้ย

หลังจากนั้นตัวเค้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

 

 

หลังจากนั้นเขาก็ได้รู้จักกับ Griffin โดยบังเอิญ

(รับบทโดย Jamie Bell พระเอกหน้าหวานที่ฝันอยากจะเป็นนักเต้น

ในเรื่อง Billy Elliot ไง) ผู้มาช่วยสร้างสีสันให้กับเรื่องนี้ ให้ไมเรื่อยๆ เฉื่อยๆ

จนเกินไป แทบจะเรียกได้ว่าเป็นนักขโมยซีนตัวยงเลยก็ว่าได้

 

 

ทว่าพรสวรรค์ที่ว่านี้กลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อมีกลุ่มคนที่มีชื่อเรียกว่า

พาราดินตามฆ่า ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือยุโธปกรณ์ที่ทรงอานุภาพ

แล้วเขาจะหลุดพ้นจากการตามล่าจากคนกลุ่มนี้ได้อย่างไรไปหาชมกันเองนะจ๊ะ

รับรองเลยว่าสนุกมาก แต่มีทีท่าว่าเรื่องนี้อาจจะยังไม่จบ

เพราะยังทิ้งปริศนาค้างคาใจอยู่ จึงน่าจะมีต่อภาค 2 ไว้รอฟังข่าวคราวกันต่อไป

ชอบไม่ชอบกันยังไงก็สุดแต่วิจารณญาณส่วนบุคคลจ้า

 

 

เอฟเฟ็คของเรื่องนี้ก็จัดว่าเยี่ยม เนื้อหาก็โอเค เสียดายนิดนึงตรงที่ว่า

สมัยเด็กพระเอกก็หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มโอเค เพราะได้ Max Thieriot แสดง

(จำได้มั้ย เด็กผู้ชายในเรื่อง The Pacifier ไง - โตขึ้นมาหน้าตาดีแฮะ อิอิ)

 

 

ส่วนนางเอกสมัยเด็กได้ Anna Sophia Robb แสดง

(เด็กคนนี้เคยฝากผลงานหลายเรื่องที่ดังๆ เหมือนกัน เป็นต้นว่า

Charlie and the Chocolate Factory, Bridge to Terabithia,

The Reaping - จำกันได้ป้ะ ในเรื่องชาลีฯ เธอรับบทเป็นไวโอเล็ต

เผลอแป๊บเดียวโตเป็นสาวแล้ว เร็วชะมัด)

 

 

Anna น่ารักมาก ดูเธอสดใสร่าเริงในบทนางเอกสมัยเด็ก

แต่พอโตขึ้นมากลับไม่สวยอย่างที่คิด แทบจะไม่มีสเน่ห์เสียด้วยซ้ำ

(เอ่อ...ต้องขอโทษคนที่ชอบ Rachel Bilson ด้วยนะ เพราะข้าพเจ้าคิดว่า

หน้าเธอออกจะไปทางสาวมีจริตจก้านยังไงไม่รู้สิ ไม่เหมือน Anne

ที่ดูบอบบาง น่าทนุถนอม จนน่าจะชวนมาเล่นเป็นตอนโตด้วยซะเลย >_<”)

 

 

ส่วนการตัดฉากหรือการปะติดปะต่อเรื่องราวอาจจะเร็วไปบ้าง

ทำให้นึกไปถึงเรื่อง Transformers เมื่อเทียบกันแล้วคิดว่าพอๆ กันเลย

ในเรื่องการตัดต่อ แต่ดูแล้วเข้าใจดี ไม่งง และไม่สับสน

 

 

Jumper เป็นผลงานกำกับของ Doug Liman

ผู้ที่เคยฝากผลงานโด่งดังจากเรื่อง The Bourne Identity

ที่ให้พระเอกฉลาดแต่ความจำเสื่อมถูกไล่ล่า

(เค้ากำกับเรื่องนี้จริงๆ นะ เข้าไปเช็คดูได้

http://en.wikipedia.org/wiki/Doug_Liman

http://www.imdb.com/title/tt0258463/)

เรื่อง Mr. & Mrs. Smith ที่ให้หนุ่มสุดฮอตกับสาวสุดเซ็กซี่มาฟาดฟันกัน

และ อื่นๆ อีกมากมาย

 

 

ร่ายซะยาวเชียว ยังเหลือเรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงเลย

ไว้ค่อยมาเล่าต่อวันหลังแล้วกันเนอะ บะบายจ้า

ปล. ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.imdb.com

กับ http://en.wikipedia.org ด้วยนะคร้าบ